ทำตาสองชั้น ปัญหากล้ามเนื้อตาตก

ทำตาสองชั้น ปัญหากล้ามเนื้อตาตก hd prepare หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางอย่างซึ่งอาจทำให้เลือดหยุดช้า เช่น แอสไพริน
บรูโรเฟน พอนสแตน ฯลฯ ถ้ากินยาควรหยุดยาประมาณ 10 – 14 วัน
สมุนไพรและอาหารบางชนิดเช่น อาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส กระเทียม หัวหอม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง อาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติหรือมีปัญหาระหว่างผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพราะอาจต้องหยุดรับประทานสมุนไพรก่อนเข้ารับการผ่าตัด ประมาณ3 – 5 วัน
วิตามิน และอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตตามินซี อีฟนิ่งพริมโรส กลูต้า คลอลาเจน และอื่นๆ ควรหยุดทานอย่างน้อย 10-14 วันก่อนการผ่าตัด ทำตาสองชั้น.

ทำตาสองชั้น
ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวของคุณ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ และยาที่แพ้ เช่น เพนนิซิลินซัลฟา ฯลฯ
ควรเตรียมนำแว่นกันแดดไปด้วยเพื่อใช้อำพรางดวงตาหลังการผ่าตัด และป้องกันฝุ่นละออง
ควรมีผู้ขับรถให้ เพราะหลังการผ่าตัดจะยังใช้สายตาได้ไม่สะดวกนัก จึงไม่ควรขับรถเอง ทำตาสองชั้น
เตรียมลาหยุดงาน 5 วัน
ล้างหน้าก่อนมาผ่าตัด ไม่ควรแต่งหน้าในวันผ่าตัด
ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ต้องการยา aspirin หรือ ผู้ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจและทานยาCumadinเป็นประจำ สามารถทำผ่าตัดได้ต่อเมื่อแพทย์ที่รักษายินยอมให้ทำการผ่าตัดและจะทำผ่าตัด เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น
ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ไม่ควรมารับการผ่าตัด เนื่องจากเครื่องจี้ไฟฟ้าอาจมีผลต่อการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจได้
ถ้ามีความดันโลหิตสูง ต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร ปรอท)
ก่อนมารับการผ่าตัด
ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ ควรถอดออกแล้วใส่แว่นตา วันที่มาผ่าตัดควรมีคนมาเป็นเพื่อน เพื่อช่วยดูแลขณะกลับบ้าน
. ถอดวัสดุโลหะ เช่น แหวน, สร้อยคอ, นาฬิกา ฯลฯ ก่อนเข้าห้องผ่าตัด

เทคนิคที่1 การเย็บชั้นโดยไม่ต้องกรีดหนังตา
เป็นวิธีที่ใช้ได้สำหรับผู้ที่มีลักษณะเปลือกตาชั้นเดียวที่มีไขมันไม่มาก และหนังตาไม่ตกหย่อนมากเกินไป เนื่องจากไม่สามารถเอาไขมันและผิวหนังส่วน เกินออกไปด้วยได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นการผ่าตัดโดยวิธีร้อยไหมอย่างเดียวเท่า นั้น จึงมีโอกาสที่ไหมที่ร้อยไว้อาจหลุดได้ แต่มีข้อดีคือ มีอาการบวมไม่มาก นัก และไม่ต้องคอยระวังเรื่องแผล เพราะเป็นจุดเย็บที่เปลือกตาเท่านั้น โดยไม่มีแผลผ่าตัด.

ฉีดฟิลเลอร์จมูก อยากเสริมด้วยซิลิโคน แต่กลัวจมูกเบี้ยว ฉีดฟิลเลอร์ การเสริมดั้งด้วยฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์จมูก อยากเสริมด้วยซิลิโคน แต่กลัวจมูกเบี้ยว ฉีดฟิลเลอร์ การเสริมดั้งด้วยฟิลเลอร์ เสริมด้วยซิลิโคน อัพดั้งแบบไหน เหมาะกับคุณหลังพูดถึงข้อจำกัดการเสริมดั้งด้วยฟิลเลอร์ไปแล้ว เราหันมาถามข้อจำกัด ที่น่าหวั่นวิตกของการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน นั่นคือ..จริงหรือที่ว่า หลังเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแล้วดูแลตัวเองไม่ดี เช่น จับจมูกแรงไป หรือแค่นอนตะแคงข้าง ก็อาจทำให้ดั้งเบี้ยวได้ เรื่องนี้คุณหมอสมศักดิ์ว่าผมบอกตรงๆ เลยว่า การที่เสริมจมูกแล้วเบี้ยวนั้น เป็นเพราะฝีมือหมอที่ทำ แต่ไม่ค่อยมีใครออกมารับผิดชอบ แต่ถ้าเป็นผมบอกเลย ถ้าเห็นเบี้ยวเมื่อไหร่ ไม่ต้องเถียงกับคนไข้เลย ต้องรีบแก้ไขให้เขา ไปเถียงทำไมว่าคุณนั่นแหละไปทำเบี้ยวมา ไปโทษว่าเป็นเพราะคนไข้เอามือไปดันมันเลยเบี้ยว แบบนั้นมันไม่ใช่ เพราะถ้าจมูกเกิดเบี้ยว มันเกิดจากการวางซิลิโคนเบี้ยวตั้งแต่แรกแล้ว เพราะสิ่งสำคัญที่จะทำให้จมูกคุณสวยได้ดั่งใจ ไม่บิดเบี้ยวนั้น ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้ คุณหมอสมศักดิ์เลยแนะนำมาว่า หากคิดจะเสริมสวยให้ได้ดั่งฝัน ควรหาแพทย์ที่เข้าใจปัญหาของคุณ.

ฉีดฟิลเลอร์จมูก

และยิ่งถ้าคุณได้เห็นตัวอย่างผลงานของแพทย์ท่านนั้นด้วยก็ยิ่งดีผมแนะนำการเลือกหมอศัลยกรรมว่า ต้องลองเข้าไปคุยก่อน ไปศึกษาดูว่า หมอท่านนั้นเขาเข้าใจปัญหาของเรามั้ย ถ้าเราเห็นว่าเขาเข้าใจปัญหาของเรา มีแนวทางแก้ไขปัญหาให้เราได้ตรงกับความต้องการของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราได้เห็นตัวอย่างผลงานของเขา มันก็ทำให้เราวางใจได้มากขึ้น ฉีดฟิลเลอร์จมูก
ก่อนอื่นบอกก่อนเลยว่าไม่ได้เป็นหน้าม้าที่ไหน เพราะจะไม่ขอเอ่ยถึงชื่อสถาบันไหนเลย เสริมมาเองกับตัวเลยค่ะก่อนจะตัดสินใจทำทุกคนคงต้องหาข้อมูลคุณหมอกันมาพอสมควร แต่สิ่งที่เราควรทราบนอกจากข้อมูลทั่วไปก็คือความผิดพลาดของคุณหมอแต่ละท่านค่ะ ขอใช้คำว่าสืบ เราต้องสืบค้นดูดีๆค่ะ ไม่ว่าหมอจะเก่งหรือดังขนาดไหน ไม่มีใครที่ไม่เคยมีข้อผิดพลาดกันหรอกค่ะ อย่ามัวแต่ดูเฉพาะผลงานดีๆ เราต้องเผื่อความผิดพลาดกันด้วย แต่เรื่องนี้เช็คยากนิดนึงค่ะ เหตุผลหนึ่งก็เพราะคนไข้ที่ทำจมูกมาแล้วเกิดปัญหา ดิฉันเชื่อว่าเกินครึ่งคงไม่กลับไปแก้กับคุณหมอท่านเดิม แล้วคุณหมอก็ไม่ทราบว่าตนทำผิดพลาดอะไร แล้วปัญหาก็จะเกิดซ้ำๆได้ อีกอย่างผลงานที่โชว์ให้ดูก็มักมีแต่ผลงานที่สวยๆ ดีๆ เลยบอกว่าเช็คยากนิดนึง แต่ถ้าได้ก็ดีค่ะ
ในขั้นไปคุยปรึกษาหมอ แนะนำว่าคุยมากกว่า 1 ท่านค่ะ วิธีนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น ก่อนทำเพื่อนดิฉันที่เคยมีประสบการณ์เค้าบอกมาแบบนี้ ดิฉันก็ทำตาม สรุปว่ามันจริงคะ ส่วนตัวดิฉันคุยกับหมอ 2 ท่านค่ะ หลังจากมีข้อมูลเรื่องการเสริมจมูกมาพอสมควร ท่านแรกเป็นหมอที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผลงานให้เห็นในเน็ตเลย แต่มีคนแนะนำมาเลยลองไปดู กับอีกท่านเป็นหมอดังในเน็ตเลยค่ะ รอคิวนานมาก แต่เป็นคนใจเย็นค่ะ รอได้ ผลปรากฎว่าท่านแรกให้ข้อมูลดีมาก จนเราแทบไม่ต้องถามอะไร มีผลงานให้เราดูเยอะแต่เก็บในคอมหมอค่ะ กับท่านที่สองที่คุยไม่ถึง 10 นาทีค่ะ ดังนั้นตอนเลือกก็ลังเลมากพอสมควรเพราะหมอท่านแรกไม่ดัง แต่คนที่สองดัง จนในที่สุดเลือกคนแรกค่ะ เพราะทำให้เรามั่นใจได้มากกว่าว่าผลงานที่ออกมาจะมาไม่มีปัญหา ส่วนคนที่สองถึงจะดังแต่ด้วยความที่คุยกับเราน้อยมากดิฉันเลยไม่มั่นใจค่ะ ก่อนจะไปทำเราต้องเข้าใจและยอมรับกับสรีระใบหน้าตั้งแต่เกิดของเราก่อนว่ามีมาเท่าไหน อย่าตั้งความหวังสูงเกินไปค่ะ ถ้าคุณเป็นคนมีเนื้อน้อย อย่าหวังว่าต้องให้ออกมาโด่งเวอร์เพราะขอให้นึกถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ลองนึกดูว่าถ้าจมูกเสริมออกมาแล้วสวยโด่งจริง หมอใส่ซิลิโคนให้เต็มที่เลย อนาคตมันอาจมีปัญหาได้ เช่นซิลิโคนทะลุ ดังนั้นต้องยอมรับในจุดๆนี้ก่อน ดิฉันเป็นคนปีกจมูกสองข้างไม่เท่ากัน แต่ไม่ถึงกับชัดเจน พอทำออกมามันก็เห็นแหละค่ะว่าปีกจมูกไม่เท่ากัน ทีแรกกังวลมากแต่พอคิดไปคิดมานั่งดูรูปเก่าๆตัวเองเราก็ยอมรับมันได้ว่าเอาวะ ก็ไม่ได้ทำให้จมูกเราสวยน้อยลง แค่มันอาจไม่perfect ดังนั้นอย่าพึ่งโวยวายโทษหมอ เพราะปัญหาบางอย่างมันเกิดเพราะตัวเราตั้งแต่แรกค่ะ ฉีดฟิลเลอร์จมูก.

รีวิวเสริมจมูก เรื่องการทำศัลยกรรม เทรนด์หนึ่งที่สาวไทยนิยมทำกันมากที่สุด การทำศัลยกรรมจมูก

รีวิวเสริมจมูก เรื่องการทำศัลยกรรม เทรนด์หนึ่งที่สาวไทยนิยมทำกันมากที่สุด การทำศัลยกรรมจมูก ซึ่งทุกวันนี้เทรนด์จมูกสไตล์เกาหลีเรียกได้ว่ากำลังเป็นที่ฮอตฮิตในหมู่สาว ๆ เป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้การทำศัลยกรรมจมูกนั้นก็ใช่ว่าใครจะทำแบบไหนก็จะออกมาสวยเหมือนกันหมด เพราะของอย่างนี้มันก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญอย่างรูปหน้าและเนื้อที่จมูกเดิมของเราด้วย ซึ่งหากใครที่เลือกทรงจมูกได้เหมาะสม ร้อยทั้งร้อยจมูกก็จะออกมาสวยเป๊ะสุด ๆ และทั้งนี้ สำหรับใครที่กำลังคิดที่จะอยากลองตามเทรนด์ทำศัลยกรรมจมูกกับเขาบ้าง กระปุกดอทคอมขอแนะนำให้เลือกและคิดให้ดีก่อนทำนะคะ และวันนี้กระปุกดอทคอมก็มี 5 ศัลยกรรมจมูกสุดฮอตมาให้สาว ๆ ได้ศึกษากันด้วย มาดูสิว่าอย่างคุณควรทำจมูกแบบไหนถึงจะเกิดสุด ๆ เสริมจมูก เสริมดั้ง ทำจมูกที่ไหนสวย เสริมจมูกเก่งที่สุด เสริมจมูกที่ไหนดี เอเซียคลินิกคือคำตอบ เสริมจมูก.

รีวิวเสริมจมูก

ในปัจจุบันนี้จะบอกว่าการเสริมจมูกหรือว่าการศัลยกรรมใบหน้าด้วยวิธีอื่นๆนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากดาราเกาหลีก็คงจะได้ เพราะว่าคนไทยเรานั้นชอบดูซีรีย์เกาหลีที่พระเอกนางเอกสวยๆ หล่อๆ กันทั้งนั้น ในใจก็เลยนึกอยากจะมีสันจมูกโด่งๆ เท่ห์ๆ อย่างเค้าบ้าง นอกเหนือจากการแต่งกายและแต่งหน้าทาปากแล้ว การเสริมจมูกหรือการตัดปีกจมูกเป็นทางเลือกที่ดีมากอีกอย่างหนึ่งที่เข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนใบหน้าให้ดูดียิ่งขึ้น รีวิวเสริมจมูก และหากจะพูดถึงเรื่องการศัลยกรรมแล้วล่ะก็ เราคนไทยก็คงจะนึกถึงการเสริมจมูกมากก่อนเป็นอันดับแรก เพราะว่านั่นเป็นสิ่งที่คนไทยนิยมทำเป็นอันดับต้นๆ ก่อนที่จะไปทำการศัลยกรรมในส่วนอื่นๆ ของร่างกายต่อไปการผ่าตัดเสริมจมูกมีกี่วิธี ในปัจจุบันการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งจมูก (แต่งปลายหยดน้ำ) ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทางเอเซียคลินิก จึงขอเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัดเสริมจมูกดังนี้ จมูกเป็นอวัยวะที่มีส่วนประกอบของเนื้อเยื่อหลายประเภท เช่น กระดูกจมูก กระดูกอ่อนจมูก กล้ามเนื้อจมูก ไขมันจมูก เนื้อเยื่อปลายจมูกและผิวหนังบริเวณจ ศัลยกรรมจมูก จมูกทรงหยดน้ำการทำศัลยกรรมจมูกทรงหยดน้ำ คือการเสริมปลายจมูกให้ยาวขึ้นคล้าย ๆ กับหยดน้ำ สำหรับทรงนี้เป็นทรงที่นิยมอย่างมากในหมู่ดาราไทยและเกาหลี ซึ่งทรงนี้จะเหมาะกับคนที่มีรูปจมูกยาวพอเหมาะและปลายจมูกมีเนื้ออยู่พอสมควร แต่ถ้าหากใครที่มีเนื้อปลายจมูกน้อยอย่าคิดฝืนทำเชียวนะคะ เพราะมันจะเสี่ยงซิลิโคนทะลุเอาได้ง่ายมาก ๆศัลยกรรมจมูกจมูกปลายเชิดศัลยกรรมจมูกปลายเชิด เป็นการตกแต่งให้ปลายจมูกเชิดขึ้น ซึ่งจมูกทรงนี้จะตรงกันข้ามกับจมูกปลายหยดน้ำ สำหรับใครที่อยากสวยเฉี่ยว ทรงนี้ดูแล้วจะเหมาะสุด ๆ แต่ทั้งนี้คนที่เหมาะกับการทำจมูกทรงนี้ควรจะเป็นคนที่มีพื้นฐานเป็นคนจมูกงุ้มหรือจมูกค่อนข้างบาน รับรองว่าทำแล้วแจ่มสุด ๆศัลยกรรมจมูกจมูกปลายพุ่งสำหรับจมูกปลายพุ่ง เป็นเทรนด์ที่สาว ๆ นิยมทำรองจากจมูกทรงหยดน้ำเลยก็ว่าได้ ทรงนี้จะคล้าย ๆ กับจมูกของฝรั่ง โด่ง ๆ แหลม ๆ เหมาะกับคนที่มีปัญหาดั้งจมูกไม่โด่งหรือไม่สมส่วน เมื่อทำแล้วจมูกจะดูสันเป็นคม ปลายจมูกจะยกสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูสมส่วนมากขึ้น ดูแล้วเป๊ะสุด ๆ เลยแหละศัลยกรรมจมูก ศัลยกรรมตัดปีกจมูกวิธีนี้จะเหมาะกับคนที่มีรูปปีกจมูกกว้างและใหญ่คล้าย ๆ กับลูกชมพู่ การทำศัลยกรรมด้วยการตัดปีกจมูกจะทำให้ดูมีมิติมากขึ้น และปลายจมูกจะรับกับสันจมูก และดูสมส่วนมากขึ้น ทั้งนี้สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมผ่าตัดปีกจมูกยังสามารถทำพร้อมกับศัลยกรรมเสริมจมูกไปพร้อม ๆ กันได้ ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะมาก ๆ กับคนที่จมูกแบนกว้างและไม่ค่อยมีสัน เจ็บตัวทีเดียวคุ้ม !ศัลยกรรมจมูก ศัลยกรรมตกแต่งกระดูกสันจมูกสำหรับคุณสาว ๆ ที่มีจมูกโด่งอยู่แล้วแต่มีปัญหากระดูกสันจมูกคด โก่ง หรือจมูกหนาเกินไปทำให้ดูไม่มีมิติ เหมาะที่จะทำศัลยกรรมตกแต่งกระดูกสันจมูก เพื่อเหลาจมูกให้ดูแคบและเรียวลง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้รูปจมูกแลดูมีสัดส่วนมากยิ่งขึ้น คราวนี้แหละสวยเกิดได้สุด ๆ รีวิวเสริมจมูก.

ฉีดคาง สำหรับการฉีดคางด้วยไขมันตัวเองนั้น เทคนิคการฉีดคางให้สวยด้วยฟิลเลอร์

ฉีดคาง สำหรับการฉีดคางด้วยไขมันตัวเองนั้น เทคนิคการฉีดคางให้สวยด้วยฟิลเลอร์ ผมไม่เห็นด้วย เพราะขั้นตอนยุ่งยากและบาดเจ็บมากกว่า ที่สำคัญคือหากฉีดด้วยไขมัน จะทำให้คางจะดูใหญ่ และจับดูจะนิ่ม ไม่เป็นธรรมชาติ และเมื่อเวลาผ่านไปมักจะทำให้คางห้อยย้อยลง เทคนิคการฉีดคางให้สวยด้วยฟิลเลอร์ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าคางแบบไหนที่เรียกว่าสวย คางที่สวยมีลักษณะดังนี้ คือคางไม่เบี้ยว ไม่เอียง โดยมีจุดศูนย์กลางที่เป็นกระเปาะ ที่เรียกว่า คือ จุดที่อยู่ตรงกลาง และอยู่ด้านหน้าสุดของคาง)ระยะความยาวจากฐานจมูกถึงคาง ต้องได้ประมาณ 1 ใน 3 ของใบหน้า เมื่อมองด้านข้าง ระดับคางที่เหมาะสมจะอยู่ระดับเดียวกัน หรือ หลังเส้นไม่เกิน 10 องศา ของเส้นดิ่งที่ลากจากหน้าผาก ผ่านฐานจมูกลงมาถึงคาง สำหรับเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่คางนั้น สามารถฉีดได้ทั้งเข็มทู่และเข็มคม บริเวณนี้ไม่ค่อยมีอันตรายอะไร สามารถฉีดได้อย่างปลอดภัยเพียงแต่จะฉีดแล้วสวยหรือไม่สวยนั้น อยู่ที่ความรู้ของแพทย์ผู้ฉีดว่าฉีดได้ถูกตำแหน่งหรือไม่นั่นเองเนื่องจากคาง มุมปาก และปากมีความสัมพันธ์กัน.

ฉีดคาง

ดังนั้น การรักษาควรทำไปพร้อมๆ กัน การฉีดคางเพียงอย่างเดียว อาจได้ผลสวยงาม ฉีดคาง แต่บางคนอาจต้องมีการฉีดแต่งส่วนด้านข้างคาง มุมปาก และริมฝีปากไปด้วย การรักษาบริเวณนี้ซึ่งเป็นส่วนเนื้ออ่อนที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเสริมวัสดุแข็ง เช่นแท่งยางซิลิโคน จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะแตกต่างจากกรณีเสริมแท่งซิลิโคนที่จมูก เพราะจมูกเป็นส่วนที่มีโครงแข็งและไม่เคลื่อนไหว สำหรับกรณีผู้ที่มีคางสั้น และขากรรไกรล่างผิดปกติ การผ่าตัดแบบเลื่อนขากรรไกรถือเป็นการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เติมเต็มร่องริ้วรอย พร้อมปรับใบหน้าให้มีมิติ ผิวดูอ่อนเยาว์ สวยขึ้นในทุกองศาอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยโปรแกรม การฉีดสารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับในประสิทธิภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัยจาก และ อย.ประเทศไทย สารเติมเต็มที่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกให้ตื้นขึ้น รวมถึงการเพิ่มปริมาตรเนื้อเยื่อในส่วนที่หายไป จึงสามารถเติมเต็มร่องลึก บริเวณร่องแก้ม ใต้ตา ระหว่างคิ้ว คางและสร้างมิติให้กับใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด และเห็นผลในทันที สารเติมเต็มใต้ผิวหนัง มีส่วนประกอบหลักเป็นหรือเรียกสั้นๆ ในธรรมชาตินั้นอยู่ในรูปของของเหลว หรือ ที่ร่างกายสร้างมาแล้ว 1 – 2 วันก็สลายไปเอง ดังนั้นจึงมีการคิดค้นวิธีที่ทำให้ อยู่ได้นานขึ้นและทนต่อการสลายตัวมากขึ้น เป็น ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อเจลที่คงรูปมากขึ้น ที่เดอะคลีนิกค์เราเลือกใช้สารเติมเต็มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัยจาก ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่ทรุดตัวลงแล้วเกิดริ้วรอยบนใบหน้า เต่งตึงขึ้นทันทีหลังฉีด อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานนานตั้งแต่ 9 เดือนถึง 2 ปี โดยที่มีเนื้อเจลเรียบเนียน และให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นสารเติมเต็มที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ฉีดคาง.

ฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อนแนะนำมานานแล้ว ใช้กับการทำศัลยกรรมได้หมด

ฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อนแนะนำมานานแล้ว ใช้กับการทำศัลยกรรมได้หมด เริ่มการผ่าตัด ฉีดยาชา คุณหมอมือเบามาก ใจดี พูดคุย เป็นกันเอง รวมถึงพี่ๆผู้ช่วยในห้องผ่าตัด พี่ๆในคลีนิค น่ารักมากๆ การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เย็บแผลด้วยไหมละลายค่ะ เสร็จออกมายังไม่รู้สึกอะไรเพราะชายาชา และบวมนิดหน่อย แต่หลังจากวันนี้ 3 – 4 วันแรกบวมมากที่สุดคงมี มีรอยช้ำเล็กน้อยน้อยมาก ประคบเย็น เรื่อยๆ 24 ชั่วโมง ทานยาตามหมอสั่ง แต่นอกเหนือจากนั้น เมย์ก็มียา แล้วก็มีสิ่งที่ทำให้หายและฟื้นตัวเร็ว เพื่อนแนะนำมานานแล้ว ใช้กับการทำศัลยกรรมได้หมด ทานยาใบบัวบกอัดเม็ด น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก พวกนี้ช่วยได้เยอะจริงๆค่ะ ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์คนไทยส่วนใหญ่ ยังเข้าใจเรื่องฟิลเลอร์กันแบบผิวเผิน หรือบางคนแทบไม่รู้เลยว่าฟิลเลอร์กับโบทอกซ์ต่างกันอย่างไร.

ฉีดฟิลเลอร์คาง

หรือบางคนก็คิดว่าฟิลเลอร์ฉีดที่ไหนก็ได้ และไปฉีดกับคนที่ไม่ใช่แพทย์ เช่น หมอกระเป๋าทั้งหลาย หรือบุคคลากรอื่นที่เคยทำงานร่วมกับแพทย์ก็ได้ เพราะราคาถูกกว่า จึงทำให้เกิดปัญหา หรือผลข้างเคียงมากมาย ตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ดังนั้นท่านควรมีข้อมูลทีสำคัญและข้อควรรู้ เพื่ออย่างน้อยก็เป็นแนวทางในการตัดสินใจในการเลือกฉีดฟิลเลอร์อย่างถูกต้องและปลอดภัย ฉีดฟิลเลอร์คาง เมย์จะอธิบายให้ฟังค่ะ เดิมที ก่อนที่จะผ่าตัดคางกับที่ เมย์เคยฉีดฟิลเลอร์ เป็นฟิลเลอร์อย่างดี ไม่ใช่ซิลิโคนเหลวนะคะ ไม่มีปัญหาการเน่าหรืออย่างไร แต่ที่เมย์ต้องแก้ เพราะเป็นความต้องการของตัวเอง คือ ฟิลเลอร์เมื่อทิ้งไว้นาน มันเริ่มไม่เข้ากับรูปหน้า เวลายิ้ม เวลาพูด จะเห็นขอบฟิลเลอร์ เป็นก้อน ไม่สมูท ไม่เรียบไปกับรูปหน้า ทำให้ดูรู้ว่าฉีดคางมา และรูปคางยื่นมาด้านหน้านิดหน่อย เมย์เลยหาข้อมูลที่จะผ่าตัดแก้คาง เพื่อใส่เป็นเพทซิลิโคนเป็นชิ้นเข้าไปเลยจะดีกว่า เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คางก็จะเหมือนเดิม ดูรีวิว หาข้อมูลอยู่หลายเดือน จนเห็นน้องที่รู้จัดกันไปทำคางมา เห็นรูปคางน้องทรงสวย และเนียน เลยขอข้อมูลจากน้องมา เลยรู้จักที่นี่ รอบแรกได้นัดเข้าไปปรึกษา และบอกปัญหา เหตุผลที่เมย์อยากแก้คาง คางเมย์มีฟิลเลอร์อยู่แล้ว ฉีดมาได้ปีกว่าๆเกือบ 2 ปี คุณหมอบุ๊งได้แนะนำ ให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน ฟิลเลอร์ของเมย์ไม่ต้องขูดค่ะ ใช้วิธีการฉีดสลายเอาได้ หลังจากนั้น ได้นัดวันเข้ามาฉีดสลายฟิลเลอร์ หลังจากฉีดสลายฟิลเลอร์ ต้องทิ้งระยะเวลา 2 อาทิตย์ ให้ฟิลเลอร์สลายและมาดูรูปคางจริงๆว่าเมื่อฟิลเลอร์หายไปแล้ว รูปคางเหลือแค่ไหน แล้วถึงนัดผ่าตัด คือวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มาถึงคลีนิคก็นั่งรอ ทำใจซักพัก หลังจากนั้นขึ้นไปถอดคอนแทคเลนส์ และล้างหน้า ทำความสะอาด แปรงฟัน บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เสร็จแล้วเข้าห้องผ่าตัด ก่อนผ่า คุณหมอได้มาตรวจจับคางดูว่า ฟิลเลอร์ที่ฉีดสลายไปหมดมั้ย ดูจากรูปก่อนฉีดสลาย และหลังฉีด มันยุบและหายไป คุณหมอบอกว่าจะไม่ใส่ซิลิโคนที่ใหญ่และยาวมากไปนะคะ เพราะเรามีคางอยู่แล้ว แต่เป็นการแก้ไขให้เข้ากับโครงหน้าของเรา และดูมีมิติ ไม่หลอกตา คุณหมอบอกว่าปลายคางด้านซ้ายของเมย์จะแหลมกว่า เป็นเพราะที่กระดูกโครงหน้าของเรา นั่นคือปัญหา คุณหมอก็ให้ดูซิลิโคน ว่าจะใส่เบอร์นี้ ชิ้นเท่านี้เข้าไปนะ หลังจากใส่ไปแล้ว คางเข้าที่ รูปทรงที่ได้คือ ทรงจะยาวกว่าเดิมนิดเดียว แต่ คางจะไม่ยื่นไปด้านหน้ามาก ไม่ทำให้ดูเป็นก้อน ซึ่งเมย์โอเค เพราะนั่นคือผลลัพธ์ที่เมย์ต้องการ ทุกอย่างโอเค ฉีดฟิลเลอร์คาง.

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ทำไมเราถึงมีร่องแก้ม สาเหตุของร่องแก้มนั้นมีหลายอย่าง แบ่งหลักๆได้ดังนี้ครับ

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ทำไมเราถึงมีร่องแก้ม สาเหตุของร่องแก้มนั้นมีหลายอย่าง แบ่งหลักๆได้ดังนี้ครับสาเหตุหลักของร่องแก้มคือ มีการหย่อนและสลายตัวของแผ่นไขมันบนใบหน้า ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก ในส่วนที่อยู่เหนือบริเวณเส้นร่องแก้ม (พบว่าอายุ 28 ปี ไขมันใต้ตาจะหายไปประมาณ 0.8 cc) พอมีการหย่อนตัวลง เราจึงมองเห็นเป็นก้อนๆ เหนือเส้นร่องแก้มครับมีการยุบตัวของกระดูกบริเวณปีกจมูกและร่องแก้ม ในส่วนที่อยู่ใต้เส้นร่องแก้ม ทำให้ก้อนที่อยู่เหนือเส้นร่องแก้มยิ่งดูชัดขึ้นการหนาตัวขึ้นของกล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้ม (การฉีดโบท็อกซ์ อาจช่วยให้ร่องแก้มลดลงจริง แต่ไม่ค่อยนิยม เพราะจะทำให้ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ)ผิวหนังที่หย่อนคล้อยมีร่องแก้ม แต่ทำไมไปฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะว่ามันเป็นสาเหตุหลักไงครับ เนื่องจากมันมีการหย่อนและการสลายตัวของแผ่นไขมันบนใบหน้าทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก ในส่วนที่อยู่เหนือเส้นร่องแก้ม ดังนั้นเราจึงต้องแก้ตรงจุดที่อยู่เหนือจากร่องแก้ม.

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ซึ่งจุดที่จะฉีดได้นั้นก็คือบริเวณใต้ตานั่นเองครับ โดยฉีดฟิลเลอร์เข้าไปทดแทนไขมันใต้ตาที่หายไป โดยต้องเติมทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก เพื่อจะได้มีผลในการยกใบหน้าครับ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ทำไมฉีดฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มโดยตรง จึงทำให้ดูร่องแก้มดูเยอะขึ้น ก็มันไม่ได้ไปแก้ที่สาเหตุไงครับ ผมถึงบอกว่ามันเป็นการแก้ปัญหา “ปลายเหตุ” เพราะมันเป็นการฉีดบริเวณร่องแก้ม ไม่ใช่ฉีดเหนือร่องแก้ม มันจึงทำได้แค่เติมเต็มครับ ไม่มีผลในการยกใบหน้า พอเวลาผ่านไป ไขมันบนใบหน้าที่ลดลงร่วมกับผิวหนังที่หย่อนคล้อย จึงทำให้ใบหน้าดูหย่อนลง พอไปรวมกับฟิลเลอร์ที่อยู่บริเวณร่องแก้มอยู่แล้ว เลยยิ่งทำให้ดูเป็นก้อนใหญ่ขึ้น ร่องแก้มจึงดูเยอะขึ้นครับถึงจุดนี้ ท่านคงจะได้คำตอบของคำถามด้านบนแล้วนะครับ สงสัยตรงไหน ก็สอบถามมาได้ครับ
จะฉีด Filler ตรงร่องแก้มอะค่ะไปคลีนิคไหนดีค่ะอยากได้แบบไม่แพงมากแต่ได้ผลดีอะค่ะบ้านอยู่แถวเซ็ลทรัลแจ้งวัฒนะถ้าได้แถวบ้านก็ยิ่งดีแต่ถ้ามีที่ไหนแนะนำก็ไปไ…การฉีดฟิลเลอร์ Filler เพื่อลดริ้วรอย Filler คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวเข้าไปในผิวหนังบริเวณที่มีริ้วรอยเล็กๆ และทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น ดูอ่อนวัยเป็นธรรมชาติ การฉีดฟิลเลอร์ นั้นไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และผลที่ได้จากการฉีดออกมาเป็นธรรมชาติ ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มารับบริการเป็นอย่างสูง การฉีดฟิลเลอร์ฉีด Filler บริเวณต่างๆลดริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม การกำจัดริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม วิธีการฉีดบริเวณนี้ พบมากที่สุด เพื่อการกลับมาของผิวหน้าสาวที่เยาว์วัย เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ เพราะมีความปลอดภัยสูงและโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก ได้แก่ จะเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อทดแทนการเสื่อมสลายและยกริ้วรอยนั้นๆ ขึ้นมา จะสามารถแก้ไขริ้วรอยได้ทันทีหลังการฉีด บริเวณที่นิยมฉีดคือ ร่องแก้ม ร่องลึกบริเวณหัวคิ้ว ร่องใต้ตาและเสริมจมูก ผิวดีคลีนิคมีประสบการณ์ 10 ปี โดยไม่มีอาการข้างเคียงหรือแพ้แม้แต่รายเดียว ทำไมเราถึงมีร่องแก้ม.

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก โดยวิธีนี้จะช่วยเสริมตำแหน่งของหน้าผากที่มีส่วนบกพร่อง ไม่สวยงามให้ดูดีขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก โดยวิธีนี้จะช่วยเสริมตำแหน่งของหน้าผากที่มีส่วนบกพร่อง ไม่สวยงามให้ดูดีขึ้น วิธีศัลยกรรมด้วยการฉีดไขมันเป็นวิธีการนำไขมันจากในร่างกายของตัวผู้ทำ มาฉีดเสริมเข้าไปยังบริเวณหน้าผาก เช่น ไขมันจากต้นขา ต้นแขนหน้าท้อง ก่อนนำมาแยกเซลล์ไขมันแล้วฉีดเสริมเข้าไป ซึ่งการฉีดไขมันเข้าหน้าผากนี้จะไม่ก่อให้เกิดบาดแผลไม่มีรอยแผลเป็นบนผิวตามมา และยังออกมาสวยเป็นธรรมชาติอย่างมาก หากแต่ก็มีข้อเสียคือภายหลังจากการฉีดไขมันเข้าหน้าผากแล้วจะมีระยะเวลาอยู่ได้เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้นวิธีศัลยกรรมด้วยการผ่าตัดเสริมซิลิโคนเป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อเสริมซิลิโคนเข้าไปยังหน้าผาก ทำให้เกิดความพอดีเข้ากันกับรูปหน้า ซึ่งข้อดีจากการผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยการใส่ซิลิโคนนั้นจะทำให้ผู้ทำมีหน้าผากที่สวย รับกับใบหน้าได้อย่างพอดี และที่สำคัญระยะเวลายังอยู่ได้ยาวนานกว่าการฉีดไขมันเข้าไปอีกด้วยวิธีศัลยกรรมด้วยการฉีดฟิลเลอร์การฉีดฟิลเลอร์.

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ถือเป็นการศัลยกรรมโดยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปบริเวณหน้าผากตามจุดต่างๆ โดยวิธีนี้จะช่วยเสริมตำแหน่งของหน้าผากที่มีส่วนบกพร่อง ไม่สวยงามให้ดูดีขึ้น เพราะสามารถฉีดเพื่อช่วยเติมแต่งหน้าผากให้นูนสวยได้รูปมากขึ้น ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก และยังช่วยให้ริ้วรอยบนหน้าผากลดลง ผิวส่วนดังกล่าวก็จะเต่งตึงขึ้น การทำศัลยกรรมหน้าผากเพื่อเสริมโหง่วเฮ้งหลายคนมักเชื่อกันว่า ลักษณะหน้าผากที่โหนกนูน มักเป็นหน้าผากของคนโหง่วเฮ้งดี ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จรุ่งเรือง ควรทำแบบที่ให้ลักษณะความโค้งนูนแบบพอประมาณ โดยจะต้องรับกับจมูกและใบหน้า ซึ่งองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมด จะต้องออกมาสวยสมดุลกัน แบบนี้ก็จะได้ครบครันทั้งความสวยและได้โหง่วเฮ้งดีในตัวแล้วค่ะก่อนทำศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ควรเตรียมตัวอย่างไรผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ควรเตรียมตัวเป็นอย่างดี โดยแพทย์จะให้การตรวจเช็กร่างกายก่อนอย่างละเอียดและก่อนวันไปทำศัลยกรรมประมาณ 1-3 วัน ควรงดรับประทานยาในกลุ่มพวกแอสไพรนิน อาหารเสริมวิตามินอีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ หันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และนอนพักผ่อนให้เพียงพออยู่เสมอจะดีที่สุดมีแต่ความโชคดี บังเกิดโชคลาภ และการได้รับทรัพย์ และหากสาวๆ คนไหนต้องการทำศัลยกรรมหน้าผากเพื่อเปิดรับโหง่วเฮ้งดี วิธีดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมเสริมหน้าผากผู้ที่ฉีดไขมันหรือสารเติมเต็มหลังจากฉีดแล้วจะมีเพียงแค่รอยเข็มเท่านั้น และมักไม่มีอาการปวดบวมมากเท่าไรนัก แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ผู้ที่ผ่าตัด ในช่วง 1-2 วันแรกที่ผ่าตัดผู้ป่วยอาจมีอาการปวดบวม แต่สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้และควรใส่ใจรับประทานยาที่แพทย์จัดให้อย่างเคร่งครัดเช่นกัน นอกจากนี้ หากมีอาการบวมภายหลังจากผ่าตัด 1-2 วันแรกแนะนำให้ประคบเย็น แต่หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่วันที่ 3 ก็ให้ประคบร้อน วิธีนี้จะช่วยให้อาการปวดบวมลดลงได้ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยจะต้องงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน และควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายรูปแบบหนักๆเป็นเวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือน เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะทำให้หน้าผากผิดรูปทรงได้หลังทำศัลยกรรมเสริมหน้าผาก อาจมีผลข้างเคียงใดเกิดขึ้นบ้าง การทำศัลยกรรมทุกรูปแบบ ล้วนมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงตามมาเสมอ ซึ่งการทำศัลยกรรมเสริมหน้าผากก็เช่นเดียวกันสำหรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มักเกิดอาการปวดบวมช้ำจากแผลผ่าตัดนั่นเอง ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก.

ใบบัวบกทำจมูก ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น

รักจะสวยทำจมูกต้องอดทน! สาวๆ ที่อัพดั้งโด่งมาคงมีปัญหาบวมช้ำหลังผ่าตัด อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ! เพราะอาการบวมช้ำนั้นเกิดขึ้นจากการผ่าตัดทุกอย่าง เกิดจากน้ำเหลือง และเลือดไหลมารวมกันบริเวณเนื้อเยื่อนั้นๆ ที่เปรียบเสมือนฟองน้ำที่ซับเอาไว้ จึงเกิดอาการบวมช้ำ และจะค่อยดีขึ้นเองประมาณ 1 อาทิตย์ขึ้นไป แต่สาวๆ หลายคนก็ยังต้องใช้ชีวิตไปเรียน ไปทำงาน หรือออกงาน ออกเดทกับหนุ่มๆ^^ คงใจร้อนอยากอวดจมูกงามๆ จะแย่แล้ว! อาการบวมช้ำก็อาจจะใช้วิธีการบรรเทาด้วยการนอนยกหัวสูง ประคบเย็นบริเวณหน้าผากและดวงตา หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เหล้า และงดสูบบุหรี่ และที่สำคัญอาหารการกินที่มีสรรพคุณลดบวมช้ำก็มีให้เลือกทาน วันนี้เรามีลิสอาหารที่เป็นตัวช่วยในการป้องกันและบรรเทาได้มาฝากกันค่ะทำจมูก.

ทำจมูก

ฟักทอง : อุดมไปด้วยวิตามิน A ช่วยลดการติดเชื้อหลังผ่าตัด ขจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมโดยการขับออกทางของเสียของร่างกาย ช่วยลดอาการบวม เมนูอาหารที่ทำจากฟักทองเช่น ซุปฟักทอง ฟักทองนึ่ง ผัดฟักทอง แกงบวดฟักทอง สรรพคุณดี๊ดี! แถมอร่อยด้วยแหละ^^

ใบบัวบก : ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และยังแก้ฟกช้ำได้ดีอีกด้วย น้ำใบบัวบกสามารถทานเพื่อลดบวมช้ำได้ดี แต่ถ้าไม่สะดวกจะหาซื้อ หรือไม่อยากเสียเวลาทำเอง ตอนนี้ก็มีใบบัวบกในรูปแบบแคปซูลที่หาซื้อได้ง่ายสะดวก สวยไวทันใจแน่นอนเลย

สาหร่าย : อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการมากมาย มีใยอาหาร และธาตุเหล็ก ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ เมนูซดง่ายๆ อร่อยคล่องคอก็คงเป็นซุปสาหร่าย หรือจะเป็นยำสาหร่ายสไตล์ญี่ปุ่น น่าจะเป็นของโปรดของสาวๆ หลายคนอยู่แล้ว ทานอร่อย มีประโยชน์ จัดเลยค่ะ ทำจมูก

น้ำมะพร้าว : ช่วยบำรุงร่างกาย ดีต่อผิวพรรณ ช่วยล้างพิษ ขับของเสียออกจากร่างกาย ลดอาการบวม แนะนำให้สาวๆ ที่ทำจมูกมาทานน้ำมะพร้าวสดๆ เลยค่ะ ช่วยลดบวมช้ำได้ดีจริงๆ

ถั่วดำ : ช่วยบำรุงโลหิต ขจัดสารพิษในร่างกาย ลดอาการบวม ลดการติดเชื้อ ลดการอักเสบ เมนูแสนอร่อยจากถั่วดำก็อย่างเช่น ขนมถั่วดำใส่กะทิ ข้าวเหนียวถั่วดำ

ประโยชน์ดีงามดี๊ดี! ตัวช่วยมากมายที่จะทำให้สาวๆ สวยไวทันใจ แต่อย่าลืมนะคะ ต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดด้วย ทำได้ตามนี้แล้วรับรองว่าหายไวแน่นอน

รักจะสวย…ต้องอดทน! สาวๆ ที่อัพดั้งโด่งมาคงมีปัญหาบวมช้ำหลังผ่าตัด อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ! เพราะอาการบวมช้ำนั้นเกิดขึ้นจากการผ่าตัดทุกอย่าง เกิดจากน้ำเหลือง และเลือดไหลมารวมกันบริเวณเนื้อเยื่อนั้นๆ ที่เปรียบเสมือนฟองน้ำที่ซับเอาไว้ จึงเกิดอาการบวมช้ำ และจะค่อยดีขึ้นเองประมาณ 1 อาทิตย์ขึ้นไป แต่สาวๆ หลายคนก็ยังต้องใช้ชีวิตไปเรียน ไปทำงาน หรือออกงาน ออกเดทกับหนุ่มๆ^^ คงใจร้อนอยากอวดจมูกงามๆ จะแย่แล้ว! อาการบวมช้ำก็อาจจะใช้วิธีการบรรเทาด้วยการนอนยกหัวสูง ประคบเย็นบริเวณหน้าผากและดวงตา หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เหล้า และงดสูบบุหรี่ และที่สำคัญ

ฉีดโบท็อกซ์ เป็นวิธีการรักษานี้ที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด

ฉีดโบท็อกซ์ เป็นวิธีการรักษานี้ที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว การรักษาด้วยโบท็อกซ์นี้จะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและเพิ่มความมั่นใจให้กับแขกที่เข้ารับการบริการ

โบท็อกซ์ คืออะไร?
โบท๊อกซ์ คือสารจากธรรมชาติที่เป็นโปรตีนบริสุทธิ์สกัดจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ชนิดหนึ่งซึ่งจะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่หดตัว โดยหลังการฉีดโบท็อกซ์แล้วตัวยาจะจับตัวกับปลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยลดเลือน เมื่อกล้ามเนื้อไม่เกร็งตัวแล้ว โบท็อกซ์ยังจะช่วยส่งผลปรับลดขนาดกล้ามเนื้อ ช่วยให้คุณแลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น เพียง 10 นาที หลังจากทำการรักษา กล้ามเนื้อของคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย ร่องลึกจะเริ่มคลายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเมื่อเวลาผ่านไปกล้ามเนื้อจะเล็กลง ทำให้ผิวบริเวณนี้เรียบตึง การเปลี่ยนแปลงนี้สามารถช่วยคงสภาพอยู่ได้นานกว่า 4 เดือน ฉีดโบท็อกซ์.

ฉีดโบท็อกซ์

โบท็อกซ์ ทำงานอย่างไร?
เมื่อโบท็อกซ์จับกับปลายประสาท สัญญานกระตุ้นการหดตัวจะไม่มีผล กล้ามเนื้อของคุณจะผ่อนคลาย ริ้วรอยต่างๆจะค่อยๆเนียนเรียบขึ้นจากเดิม และจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยใหม่ การฉีดโบท๊อกซ์ที่ถูกวิธีนั้นนอกจากจะไม่ทำให้หน้าคุณดูแข็งเกร็งแล้วคุณยังสามารถแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้อย่างเป็นปกติ เพราะฉีดโบท็อกซ์จะทำงานเฉพาะในส่วนของกล้ามเนื้อที่แพทย์ได้เลือกฉีด เช่น หากฉีดโบท็อกซ์ในบริเวณกล้ามเนื้อที่หน้าผากส่วนกลางแล้ว จะไม่กระทบกับการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าผากด้านข้าง ผลคือคุณจะสามารถการยกคิ้วได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าเป็นไปได้อย่างเป็นปกติ นอกจากจะช่วยให้ผิวเรียบตึงขึ้นแล้วโบท็อกซ์ยังสามารถช่วยลดการทำงานในส่วนของกล้ามเนื้อที่เราไม่ต้องการ ซึ่งจะช่วยปรับรูปหน้าของคุณให้เรียวขึ้นได้อีกด้วย

การรักษาทำอย่างไรบ้าง?
แพทย์จะฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณเพียงเล็กน้อยลงในตำแหน่งที่ต้องการบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยเข็มที่มีขนาดเล็กมาก โดยไม่ต้องใช้ยาชา ในบางกรณีแพทย์จะใช้น้ำแข็งประคบในส่วนที่จะทำการฉีดโบท็อกซ์ก่อน การทำทรีทเม้นต์นี้จะใช้เวลาเพียง 10 นาที คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาทำจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยคล้ายมดกัด

จะเห็นผลการรักษาหลังจากการทำโบท็อกซ์ได้อย่างไร?
ผู้คนส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ โดยส่วนมากแล้วโบท็อกซ์จะเริ่มทำงานทันที โดยหลังฉีดโบท๊อกซ์ 2-3 วันจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น และจะเห็นผลเต็มที่ในภายใน 7 วัน ประสิทธิภาพของโบท็อกซ์นั้นจะคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และเพื่อรักษาประสิทธิภาพของสภาพผิวหนังจากการฉีดโบท็อกซ์ แพทย์แนะนำให้ฉีดโบท๊อกซ์ซ้ำ 2-3 ครั้งต่อปี โดยจากการศึกษาพบว่าการฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้การฉีดโบท็อกซ์ครั้งต่อๆไป มีประสิทธิภาพที่ยาวนานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณน้อยลงได้ในอนาคต

ริ้วรอยจะเพิ่มขึ้นหรือไม่หากหยุดฉีดโบท็อกซ์?
ริ้วรอยในบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์จะไม่เพิ่มขึ้น โดยมากริ้วรอยของคุณจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนทำโบท็อกซ์ในช่วยระยะเวลาประมาน 6-12 เดือนหลังจากสารโบท๊อกซ์สลายตัวไป

การฉีดโบท็อกซ์มีผลข้างเคียงหรือไม่?
ยังไม่มีรายงานถึงผลข้างเคียงถาวรของการฉีดโบท๊อกซ์ ในบางกรณีแขกอาจจะมีอาการปวด มีรอยช้ำเล็กน้อย เฉพาะในบริเวณที่ฉีด หรือปวดศรีษะ แต่อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น การฉีดโบท็อกซ์เพื่อยกคิ้วของคุณนั้น อาจทำให้รู้สึกหนักบริเวณเปลือกตาประมาน 1-4 สัปดาห์แรก และอาการนี้จะหายไปได้เอง

สามารถฉีดโบท็อกซ์บริเวณใดบ้าง?
การฉีดโบท็อกซ์นั้นสามารถฉีดได้ในบริเวณที่มีริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ เช่นหน้าผาก รอยตีนกา และริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้มบริเวณรอบดวงตา คุณสามารถฉีดโบท็อกซ์ที่บริเวณคิ้วเพื่อช่วยให้ตาของคุณดูโตและอ่อนวัยขึ้น ในส่วนของริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยรอบริมฝีปาก ริ้วรอยที่คอหรือคาง แพทย์สามารถฉีดโบท็อกซ์ร่วมกับคอลลาเจน หรือการทำทรีทเม้นท์ด้วยเลเซอร์ฟื้นฟูสภาพผิวเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้แล้วการฉีดโบท็อกซ์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากคือการฉีดเพื่อปรับรูปหน้า ซึ่งบริเวณแนวขากรรไกรและแก้มเป็นบริเวณที่แขกนิยมฉีดมากที่สุดเพื่อปรับใบหน้าให้ดูเรียวขึ้นฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์ปลอดภัยหรือไม่?
โบท๊อกซ์เป็นยาชนิดแรกที่มีการขึ้นทะเบียนในการรักษาริ้วรอย และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ทั้งของไทยและของสหรัฐอเมริกา มีการใช้โบท็อกซ์อย่างแพร่หลายมานานเกือบยี่สิบปี โดยมีการศึกษาวิจัยจากสมาคมศัลยกรรมเพื่อความงาม สหรัฐอเมริกาในเรื่องของความปลอดภัยและผลลัพธ์ในการรักษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือได้ว่าการฉีดโบท็อกซ์นี้เป็นการรักษาด้านเวชสำอางที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ1 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544

เลเซอร์หน้าใส จริงๆ แล้วการทำเลเซอร์นั้นมีหลายชนิดมากๆ แบ่งตามความยาวคลื่นของเลเซอร์

เลเซอร์หน้าใส จริงๆ แล้วการทำเลเซอร์นั้นมีหลายชนิดมากๆ แบ่งตามความยาวคลื่นของเลเซอร์ แต่สำหรับการทำเลเซอร์หน้าใสนั้น แพทย์มักจะแนะนำเลเซอร์ มากที่สุด โดยการทำเลเซอร์ นั้นเป็นการใช้แสงความเข้มข้นสูง ความยาวคลื่น 530-600 nm ยิงที่ใบหน้าเพื่อรักษาปัญหาผิวหลายชนิด เช่น รอยสิว รอยแดง เป็นต้น เมื่อยิงเลเซอร์ อย่างต่อเนื่อง มันจะช่วยลดความเข้มของเมลานินซึ่งก่อตัวเป็นรอยดำบนหน้าของเรา ดังนั้น ริ้วรอยและจุดด่างดำที่เคยกวนใจก็จะค่อยๆ เลือนไปในเวลาอันรวดเร็วกว่าการทายาหรือรอให้รอยดำหายไปเอง ใบหน้าของคุณก็จะกระจ่างใสขึ้นตามลำดับ ซึ่งปกติแล้วก็มักจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเลเซอร์ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ต้องเลเซอร์กันประมาณเดือนละ 1-2 ครั้งเป็นเวลา 3-5 เดือน สำหรับขั้นตอนการยิงเลเซอร์แต่ละครั้งนั้น แพทย์จะประเมินสภาพผิวของคุณก่อนว่าสามารถทำเลเซอร์ได้หรือไม่ หากผิวหน้าของคุณมีความอ่อนแอมากๆ แพทย์อาจจะไม่แนะนำให้ทำการเลเซอร์เพราะหน้าจะบางและแพ้ง่ายขึ้น หากแพทย์มีความเห็นว่าคุณสามารถทำเลเซอร์ได้.

เลเซอร์หน้าใส

ก็จะต้องทำความสะอาดผิวหน้าของคุณก่อนและทาเจลที่ผิวหน้าหรือบริเวณที่ต้องยิงเลเซอร์ แพทย์จะตั้งค่าความถี่ของแสงเลเซอร์และเป็นผู้ที่ยิงให้หลายคนอาจจะรู้สึกกลัวว่าการใช้แสงมายิงที่ใบหน้าจะทำให้รู้สึกเจ็บ แต่ปกติแล้วการทำเลเซอร์จะไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเจ็บหากแพทย์ตั้งค่าความเข้มของแสงอย่างเหมาะสม เลเซอร์หน้าใส มันอาจจะมีความรู้สึกเหมือนมดกัดหรือถูกยางดีดที่ใบหน้าบ้างหรือรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นการยิงเลเซอร์หน้าใสยังมีข้อดีอื่นๆ นั่นคือใช้เวลาที่ใช้ในการทำเลเซอร์ต่อครั้งนั้นไม่นาน จะเป็นเวลาเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น เมื่อทำเลเซอร์เสร็จแล้ว คุณก็สามารถกับไปใช้ชีวิตหรือทำงานตามปกติได้โดยไม่ต้องพักฟื้นใดๆ แต่อาจจะต้องมีสิ่งที่ระวังบ้าง เช่น ไม่ควรออกไปเผชิญแดดจัดโดยที่ไม่ทาครีมกันแดด เพราะว่าผิวหน้าที่ทำเลเซอร์นั้นอาจจะอ่อนแออยู่และอยู่ในระหว่างการปรับสภาพและไวต่อแสงแดด ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรจะลีกเลี่ยงการเผชิญแดดหลังทำเสร็จจะดีกว่า นอกจากนี้หลังจากการทำเลเซอร์แพทย์อาจจะให้ยามาทาด้วยเพื่อลดการระคายเคือง คุณก็ควรจะทายานั้นตามคำแนะนำของแพทย์สำหรับราคาของการทำเลเซอร์หน้าใสนั้นก็แตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ส่วนใหญ่แล้วจะมีราคาประมาณ 1,000-3,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อให้ใบหน้ากระจ่างใสขึ้นและปราศจากรอยด่างดำที่กวนใจอย่างรวดเร็ว เลเซอร์หน้าใสเพื่อผิวอ่อนเยาว์การมีสุขภาพที่ดีและการมีสุขภาพผิวที่ดีนั้น เริ่มต้นจากใต้ผิวหนังของเราซึ่งก็คือชั้นผิวที่ซับซ้อนหรือที่เรียกว่าคอลลาเจนที่สมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยปกป้องและเป็นพื้นฐานของโครงสร้างผิวของคุณ โดยมากคอลลาเจนจะถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพลงเนื่องมาจากมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมและแสงแดด สิว และผิวที่ขยายตัวจากการตั้งครรภ์ โดยการถูกทำลายของคอลลาเจนจะทำให้ผิวมีความผิดปกติหรือบางลงซึ่งจะทำให้ผิวมีการขยายตัวมากขึ้นและยังก่อให้เกิดรอยแตกลาย เส้นริ้วรอย จนไปถึงริ้วรอยลึกเป็นที่น่าเสียดายว่าร่างกายของเราไม่สามารถรู้ตัวได้เองว่าคอลลาเจนกำลังเสื่อมสภาพลง ร่างกายจึงไม่สามารถผลิตคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ตามธรรมชาติ แต่ด้วยการใช้เทคนิคแสงเลเซอร์เพื่อผิวอ่อนเยาว์ของทีมแพทย์จากนิรันดร์ลดา การสร้างคอลลาเจนขึ้นมาอีกครั้งกลับกลายเป็นวิธีที่ง่ายและทำให้ผิวคุณแลดูอ่อนเยาว์ด้วยคอลลาเจนธรรมชาติจากภายในของคุณเอง เลเซอร์หน้าใส.